5 วิธีลดความเสี่ยง ไข้หวัดใหญ่ และ RSV

ไข้หวัดใหญ่ และ ไวรัส RSV
เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่กำลังแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มเสี่ยงสูงที่อาจเกิดอาการรุนแรงจนถึงขั้นวิกฤตคือ เด็กเล็ก (อายุต่ำกว่า 5 ปี) ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว
ไข้หวัดใหญ่คืออะไร?
ไข้หวัดใหญ่หรือ influenza เป็นโรคติดเชื้อไวรัสของระบบทางเดินหายใจที่เรียกว่า influenza virus ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิดหลัก ๆ คือ influenza สายพันธุ์ A และสายพันธุ์ B ไวรัสไข้หวัดใหญ่ติดเชื้อในเยื่อบุทางเดินหายใจทั้งส่วนบนบริเวณจมูก ลำคอ และสามารถลุกลามลงระบบทางเดินหายใจส่วนล่างได้ซึ่งคือบริเวณหลอดลมและปอด
อาการของไข้หวัดใหญ่เป็นอย่างไร?
- ไข้
- ปวดศีรษะ
- ปวดเมื่อยตามตัว
- เจ็บคอ ไอ
- คัดจมูก
- ปอดอักเสบติดเชื้อ หรือมีภาวะการหายใจล้มเหลวได้ หากอาการรุนแรง
- ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
ใครเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรง เมื่อติดเชื้อไข้หวัดใหญ่
ผู้ที่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากไข้หวัดใหญ่ ได้แก่
- ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง
- ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
- ผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรัง
- ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ
- ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง
- หญิงตั้งครรภ์
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
RSV (Respiratory Syncytial Virus)
เป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคในทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเด็กเล็ก โดยเชื้อไวรัสอาจทำให้มีเสมหะมากทำให้ปอดเกิดอาการอักเสบ และทำให้เยื่อบุหลอดลม และทางเดินหายใจต่างๆ บวม จึงทำให้เด็กมีอาการเหนื่อยหอบ และหายใจลำบาก
ผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ RSV
เด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
อาการผู้ป่วยที่ติดเชื้อ RSV จะมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดธรรมดา หรือคล้ายปอดอักเสบ
- เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก
- หายใจครืดคราด หายใจมีเสียงหวีด
- มีอาการตัวเขียว
- ไอเสียงดัง แบบมีเสมหะ
- มีเสมหะในลำคอมาก
- เด็กที่มีโรคประจำตัวเช่น โรคหัวใจ โรคปอด หรือหอบหืดยู่แล้ว อาจมีอาการหนักถึงขั้นหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
5 วิธีลดความเสี่ยงไข้หวัดใหญ่ และ RSV
- หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ (ล้าง)
ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ต้องล้างมือก่อนสัมผัสหรืออุ้มเด็กเล็ก และหลีกเลี่ยงการใช้มือที่ยังไม่ได้ล้างจับบริเวณใบหน้า ตา จมูก หรือปาก
- ปิดหน้ากากและป้องกันการกระจายเชื้อ
สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องอยู่ในที่สาธารณะ สถานที่แออัด หรือเมื่อมีอาการไอ จาม ปิดปากและจมูกด้วยกระดาษทิชชู่หรือข้อพับแขนเสื้อด้านในเวลาไอหรือจาม เพื่อลดการแพร่กระจายของละอองฝอย
- หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดและกลุ่มเสี่ยง
งดนำเด็กเล็กและผู้สูงอายุไปในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่นในช่วงที่มีการระบาดสูง หลีกเลี่ยงการคลุกคลี สัมผัสใกล้ชิด หรือการหอมแก้มเด็กจากบุคคลภายนอกหรือผู้ที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด
- การฉีดวัคซีน
การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดเป็นประจำ ปีละ 1 ครั้ง เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทันต่อเชื้อไวรัสที่เปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ทุกปี
การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส RSV (สำหรับกลุ่มเสี่ยง) สามารถช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
- การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการนัดหมายแพทย์ เพื่อทำการปรึกษา
โทร. 0-2109-1111 , 0-2109-2222



