โรคเบาหวาน มีกี่ระยะเช็คให้ชัวร์

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่พบมากขึ้นทุกปี เกิดได้กับทุกเพศทุกวัย และมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียง “ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง” ทั้งที่จริงแล้วโรคนี้อาจส่งผลรุนแรงต่อหัวใจ ไต และดวงตาได้
หลายคนมักสับสนระหว่างคำว่า “น้ำตาลในเลือดสูง” กับ “โรคเบาหวาน” ซึ่งจริง ๆ แล้วมีความแตกต่างกัน
- น้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) คือ ภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติชั่วคราว อาจเกิดจากการทานอาหารมากเกินไป ความเครียด หรือการใช้ยาบางชนิด
- โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) คือ โรคเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกายในการใช้น้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอยู่ต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงครั้งคราว
จุดต่างที่สำคัญ
- ภาวะน้ำตาลสูงชั่วคราว = สาเหตุเฉียบพลัน, แก้ปัจจัยแล้วดีขึ้น
- เบาหวาน = มี “กลไกโรค” อยู่เบื้องหลัง (เช่น ดื้อต่ออินซูลิน/เบต้าเซลล์เสื่อม) จึงต้อง “ดูแลระยะยาว” เพื่อกันแทรกซ้อน
โรคเบาหวานมีกี่ระยะ
โรคเบาหวานไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่มีพัฒนาการเป็นลำดับขั้น ซึ่งแบ่งได้ดังนี้
- ระยะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) : น้ำตาลเริ่มสูงแต่ยังไม่ถึงเกณฑ์เบาหวาน
- ระยะเริ่มต้น : ร่างกายยังผลิตอินซูลินได้แต่ไม่เพียงพอ
- ระยะควบคุมได้ยาก : น้ำตาลในเลือดยังสูงแม้จะใช้ยา
- ระยะภาวะแทรกซ้อน : เกิดความเสียหายกับอวัยวะ เช่น ไต ตา หัวใจ
การรู้ระยะที่ตนเองอยู่ ช่วยให้วางแผนการรักษาได้เหมาะสมและป้องกันภาวะแทรกซ้อน
อาการของโรคเบาหวาน
อาการที่บ่งบอกว่าอาจเข้าสู่ภาวะเบาหวาน ได้แก่
- ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะเวลากลางคืน
- กระหายน้ำผิดปกติ
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
- แผลหายช้า
- การมองเห็นพร่ามัว
โรคเบาหวานเกิดได้จากหลายปัจจัย โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่
- พันธุกรรม : หากมีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน โอกาสเกิดโรคจะสูงขึ้น
- พฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม : การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง ขาดการออกกำลังกาย
ภาวะอ้วนลงพุง และความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ
วิธีป้องกันโรคเบาหวาน
- เลือกอาหารที่มีไฟเบอร์สูง ลดน้ำตาลและไขมัน
- ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
- ตรวจสุขภาพประจำปี
- ลดความเครียดและนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการนัดหมายแพทย์ เพื่อทำการปรึกษา
โทร. 0-2109-1111 , 0-2109-2222