Bangpakok Hospital

สัญญาณเตือน! “โรคต้อกระจก”

23 ก.พ. 2569


   ผู้ใหญ่หรือผู้สูงวัยจำนวนมากมักประสบปัญหาสายตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน หรือสายตาสั้นลงเรื่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้น จึงปล่อยปละละเลยไม่ได้ทำการตรวจรักษา โดยที่ไม่รู้ว่าอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่เกี่ยวกับดวงตาอย่างโรคต้อกระจกได้ 
ต้อกระจก เป็นโรคต้อชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณเลนส์ตา โดยปกติแล้วเลนส์ตาจะมีลักษณะใส มีหน้าที่ในการรวมแสงให้ตกกระทบไปยังจอประสาทตา จากนั้นสมองจึงประมวลผลให้เกิดเป็นภาพขึ้นมา ซึ่งต้อกระจกที่เกิดขึ้นจะทำใหเลนส์ตามีลักษณะขุ่นหรือแข็ง ส่งผลให้การรวมแสงเพื่อส่งไปยังจอประสาทตาลดประสิทธิภาพลง จนเกิดเป็นอาการตาพร่ามัวหรือมองเห็นไม่ชัด 
สาเหตุของการเกิดโรคต้อกระจก
   โรคต้อกระจก เกิดจากโครงสร้างของโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบของเลนส์ตามีการเสื่อมสภาพตามวัย จึงพบบ่อยในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต
  • ได้รับแสงอัลตราไวโอเลต (UV) เข้าสู่ดวงตาเป็นเวลานาน เช่น แสงจากดวงอาทิตย์ แสงสีฟ้าจากโทรศัพท์มือถือ และแสงจากการเชื่อมเหล็ก
  • เกิดความผิดปกติในระหว่างที่อยู่ในครรภ์ เช่น มารดาเกิดการติดเชื้อหัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์ ส่งผลให้ทารกเป็นโรคต้อกระจกโดยกำเนิด
  • ได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณดวงตา หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา เช่น โดนกระแทก หรือถูกของมีคมบาดบริเวณดวงตา มีสิ่งแปลกปลอมหรือสารเคมีเข้าดวงตา
  • เป็นโรคทางกายที่สามารถก่อให้เกิดต้อกระจก เช่น โรคเบาหวาน โรคเกี่ยวกับไทรอยด์ โรคกาแล็กโทซีเมีย หรือโรควิลสัน
  • เป็นโรคทางตาที่สามารถก่อให้เกิดต้อกระจก เช่น ลูกตาติดเชื้อ ม่านตาอักเสบ หรือเคยได้รับการผ่าตัดดวงตามาก่อน
  • เคยได้รับการฉายรังสีหรือฉายแสง โดยในผู้ป่วยที่เคยได้รับการฉายรังสีที่บริเวณศีรษะ มีโอกาสเป็นโรคต้อกระจกได้มากกว่าคนทั่วไป
  • ได้รับยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์
  • ได้รับสารพิษจากการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมาก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต้อกระจกได้
สัญญาณเตือนโรคต้อกระจก
  • มองภาพเป็นสีเหลือง หรือสีซีดจาง
  • มองเห็นได้ไม่ชัดเจน ภาพเบลอหรือภาพซ้อน
  • ดวงมามองเห็นในที่ที่มีแสงสลัวได้ดีกว่าแสงจ้า
  • มองเห็นเป็นวงแหวนรอบแสงไฟ หรือหลอดไฟ
  • ต้องใช้แสงสว่างมากขึ้นในการอ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมต่างๆ
ดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลต้อกระจก
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงหรือลดการสูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์
  • ควรสวมแว่นกันแดด เพื่อปกป้องดวงตาจากแสงอัลตราไวโอเลต (UV)
  • ควรถนอนสายตาด้วยการพักสายตาเมื่อต้องใช้สายตาเป็นเวลานาน
  • รับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินเอ อี และซี
  • ระมัดระวังไม่ให้ดวงตาได้รับการกระทบกระเทือนจากการกระแทก หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าตา
   การตรวจเช็กดวงตาเป็นประจำโดยจักษุแพทย์ จะทำให้เรารู้ถึงสุขภาพของดวงตาและพบโรคต่างๆ ทางดวงตาได้เร็วขึ้น
 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการนัดหมายแพทย์ เพื่อทำการปรึกษา
โทร. 0-2109-1111 , 0-2109-2222
Go to top
Copyright © 2015 Bangpakok Hospital All rights reserved.